เกาะสีชัง

posted on 28 Feb 2009 23:19 by sara-au  in Gen

 สะพานอัษฎาง 

ลองทดลองใส่รูปอ่ะค่ะ

เลยเอารูปาะพานอัษฎาง เกาะสีชังมาให้ดูกันค่ะ

 

 ลานลั่นทม

 อีกรูปกับ เกาะสีชัง ลานลั่นทม บริเวณพระราชวังจุฑาธุช

ช่างสวยงาม จิงๆ 

 

URL

posted on 26 Feb 2009 21:52 by sara-au  in Gen

เอารูปลงไม่ได้คร๊า

แบบว่าทำไม่เป็น

ใครก้อดร้าย ช่วยนู๋หน่อย!!!

edit @ 26 Feb 2009 21:57:22 by Sara-au

edit @ 26 Feb 2009 21:58:36 by Sara-au

"ในชีวิตนี้เพียงเฝ้าฝันว่าอยากจะเจอพ่อเทพบุตรซักครั้งนึงเท่านั้น"

เรื่องนี้เกิดบนรถเมลล์ จึ๊กดึ๋ยจิงๆ

เช้าตรู่วันเสาร์ที่ผ่านมา อารมณ์เสียมากมายเมื่อต้องตื่นเช้าทั้งที่เป็นวันเสาร์

เพียงเพื่อเอาของและข้อมูลไปให้เพื่อนสุดที่ร๊ากกกก ที่ลืมไว้ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์

แต่ก้อยังดีน่ะที่รถเมล์โล่งจนสามารถเลือกที่นั่งได้ (ก้อมันยังเช้าแถมยังเป็นวันเสาร์อีกต่างหาก)

เมื่อเลือกทำเลเหมาะได้แล้ว ก้อจัดแจงนั่งเสียบหูฟังและฟังเพลงไปเรืื่อยเปื่อย

รถวิ่งมาเรื่อยๆจนถึง โชคชัยสี่ มีเด็กผู้ชายวัยรุ่น หัวยุ่งๆ ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาดๆ

เอิ่ม แต่น่าจะแพง.......... ขึ้นรถมา ตามประสาผู้หญิงสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง ชั้นไม่สนใจ หุ หุ หุ (อายปากจังเลย)

โอ๊ะ โอ๋ เด็กเอ๋ย ขึ้นมาก้อนั่งหลับซะงั้นเลยน่ะ แถมมีเสียงกรนนิดๆอีกต่างหาก

ลืมบอกไป เค้าเลือกที่นั่งข้างหน้านี่เอง และกลิ่นขอบอกว่ามีกลิ่นเหล้าโชยมานิดๆ

ชั้นเริ่มหวาดระแวงเพราะ ที่เรานั่งมันอยู่ส่วนหลังของรถแล้ว คนก้อไม่มี ชั้นก้อสวยใช่เล่น 5555 (ขอซักนิดเหอะ)

หากเกิดน้องชายหัวยุ่งคนนั้น อยากจะ เอ่อ....... แต่ชั้นก้อไม่สนใจยังคงนั่งที่เดิมต่อไป

ซักพักใหญ่ มีผู้ชายจูงเด็กขึ้นมา น้องชายหัวยุ่งคนนั้นลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จนชั้นเริ่มระแวดระวัง

พลางมองตามทิศทางที่น้องชายหัวยุ่งเดินไป สงสัยคงจะลงแล้วชั้นคิดในใจ

แต่เปล่า น้องชายหัวยุ่งคนนั้นกลับเดินไปจูงผู้ชายที่ขึ้นมใหม่และเด็กน้อยคนนั้น

อุแม่เจ้า!!! ชายที่ขึ้นมาใหม่ตาบอด  และเค้ารู้จักกันเหรอ และจากบทสนทนาที่ได้ยินต่อมา "เค้าไม่รู้จักกัน"

"นั่งตรงนี้ครับ" น้องชายหัวยุ่งพูด

"ขอบคุณครับ" ชายตาบอดตอบ (อ่านปากเอาน่ะ เพราะชายตาบอดพูดเสียงเบา)

"จะลงที่ไหนครับ" น้องชายหัวยุ่งซึ่งกลายเป็นน้องชายที่น่ารักคนนั้นถามต่อ

ชายตาบอดตอบ แต่ชั้นไม่ได้ยิน น้องชายน่ารักคนนั้นตอบรับคำเดียวแล้วเดินมานั่งข้างหลังชายตาบอด

ถึงตอนนี้ชั้นถอดหูฟังออกและเริ่มมองและสังเกตุมากขึ้น

ในเวลานั้นกระเป๋ารถเมลล์เดินมาถามอะไรไม่ทราบกับชยตาบอดและเดินกลับไป

น้องชายน่ารักคนนั่นหลับอีกแล้ว!!!!!  โธ่ ถัง กะละมัง หม้อ

แต่อีกอึดใจก้อรู้สึกตัวและ พูดกะชายตาบอกว่า "เซ็นทรัลลาดพร้าวแล้วครับ"

พลางกุลีกุจอ ชวยพยุง และจูงเด็กชายเล็กๆอีกคน เดินลงรถเมลล์ไป

แต่ยังไม่หมดแค่นั้นพอชายตาบอด เริ่มตั้งหลักได้ น้องชายน่ารักหัวยุ่งคนน้นก้อรีบวิ่งกลับขึ้นมาบนรถ

มายกอด!!!!!  พระเจ้าช่วย!!!!!  นายช่างมีจิตใจสูงส่งราวเทพบุตรจิงๆ นายช่างดูหล่อเหลา

พ่อเทพบุตรของชั้นกลับขึ้นมาบนรถและเลือกที่นั่งใกล้ประตูทางขึ้นมากที่สุด

ชั้นตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ลุกจากที่นั่งท้ายรถ ไปนั่งเคียงข้างพ่อเทพบุตรทันที

หลายคนอาจคิดว่า  "ช่างกล้านังผู้หญิงคนนี้"

แต่ชั้นคิดเพียงว่าในภาวะสังคมอย่างนี้ มีแต่จะฉุดรั้งทุกคนให้ต่ำลง แต่ในความมืดมิดย่อมมีแสงสว่างเสมอ

เฉกเช่นที่ชั้นยัได้เจอพ่อเทพบุตรของชั้น อย่างน้อยชั้นขอนั้งลงข้างๆเพื่อได้รู้สึกถึง

รังสีความดีงามที่ออกมาจากตัวเค้า

เมื่อชั้นนั่งลงเค้าเพียงหันมายิ้มให้ชั้น (และคงนึกในใจว่า นังนี้ท่าจะบ้า ที่เยอะแยะไม่นั่ง)

ภาระกิจต่อไปของพ่อเทพบุตรคือหลับ!!! ใช่เค้ายังคงหลับต่อไป

ชั้นแกล้วมองออกไปนอกหน้าต่างเพียงเพื่อจะมองดูพ่อเทพบุตรให้เต็มตา

และรู้สึกว่ามีลำแสงสีทองเปล่งออกมารอบๆตัว มีวงแหวนสีทองอร่ามอยู่เหนือศรีษะของเค้า

และคิดว่า คงดีไม่ใช่น้อยที่จะได้เจอกับเทพบุตร เทพธิดาองค์อื่นๆอีก

ไม่ว่าที่ไหนก้อตาม ไม่ว่าในสถานะการณ์ไหนก้อตาม เฮ้อ!! มันช่างรู้สึกดี

และเมื่อชั้นเล่าเรื่องนี้ให้ใครๆฟัง แน่นอนเล่าอย่างภาคภูมิใจ และคนที่ได้รับฟังก้อรู้สุกอิ่มเอมไปด้วย

และพ่อเทพบุตรลูซิเฟอร์ประจำกายชั้น แนะนำให้แชร์ความรู้สึกอิ่มเอมนี้ผ่านทาง Exteen และชั้นก้อทำมัน

และหวังว่าจะได้เล่าเรื่องเช่นนี้อีกหลายๆครั้ง.............

ให้หัวใจนำทาง?

posted on 27 Jan 2009 00:00 by sara-au  in Driary

หัวใจของเรา ก้อคือของเรา.......

เวลาเรารักใครซักคน เคยมั๊ยที่ต้องฟังเสียงหัวใจมากกว่า สมอง มากกว่าความมีเหตุผล

ตอนนี้ใช้หัวใจนำทาง จนรู้สึกมันอ่อนล้า มันปวดร้าว มันใกล้จะหยุดเต็มทีแล้ว

ตลอดเกือบสามปีที่ผ่านมา ใช้งานมันหนัก จนไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีโอที

แต่สมองกลับไม่ทำงาน ไม่คิด ไม่ใช้เหตุผล

ไม่อยากคิด เพราะ.......กลัวคำตอบที่จะได้

ไม่อยากคิด เพราะ.......กลัวความเจ็บปวด

ตัวเราไม่ดีพอที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตใครเหรอ?

ล้วทำไมไม่ปล่อยเราไป จะรั้งไว้ทำไม ในเมื่อ "เรายังดีไม่พอ" และคงไม่มีวันพอ

"อย่าทิ้งเค้านะ" แล้วเราจะทิ้งได้อย่างไร ในเมื่อเราให้ไปหมดแล้ว

เหมือนเธอมีกำแพงที่สูง หนา จนไม่มีอะไรข้ามผ่านไปได้ แม้แต่ความรักจากเรา

บางครั้งเธอเหมือนคนที่เราไม่เคยรู้จัก

.........................เมื่อไหร่เราจะดีพอ?

........................ เมื่อไหร่จะเหมาะสม?

........................ เมื่อไหรจะถึงเวลา?

ที่บ้านเค้าเป็นไงเหรอ? คำถาม ที่ไม่มีคำตอบ

เพราะเราคือแฟนที่รู้จักแฟนตัวเองเท่ากับที่คนอื่นรู้จัก

พ่อ แม่ พี่ น้อง เค้าเป็นไง? คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยและคงไม่ได้รู้จักด้วย

สามปี ทำให้เรารู้จักมากขึ้นหรือป่าว ?

ใช่ อย่างน้อยก้อรู้ว่าเธอ มีกำแพงที่ไม่อาจเข้าไปได้

 เรา เราคนนี้กลายเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยสำนึกรู้ถึงสถานะตัวเองเลย

แต่อย่างน้อยก้อรู้แหละว่า "รัก"

มันเป็นอย่างที่มันเป็นหากใช้ใจนำไปก้อดีอยู่แล้ว สุข อบอุ่น ชื่นใจ

เพียงแค่อย่าหาเหตุผล อย่าใช้สมอง อย่าตัดสิน

"ให้มันเป็นไปตามหัวใจ ให้หัวใจนำทาง"

 

 

 

edit @ 27 Jan 2009 13:43:26 by Sara-au